ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังชะลอตัว ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ สินค้าเปิดใหม่ในปี 2557 มีน้อยมาก ที่เปิดในปี 2558 ยิ่งน้อยลงไปอีก หากไม่ติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด อาจทำให้เพลี่ยงพล้ำได้
ตามที่มีข่าวว่าที่จังหวัดภูเก็ต มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เหลือขายอยู่มากมาย แต่ไม่มีการแยกแยะในรายละเอียด อาจสร้างความสับสนแก่ประชาชนผู้ซื้อบ้าน ผู้ประกอบการและสถาบันการเงินได้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะที่เป็นศูนย์ข้อมูลแห่งแรกที่สำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 ขอนำเสนอข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
ในขณะนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมดอยู่ราว 37,000 หน่วย ขายไปแล้ว 27,000 หน่วย และเหลือขายอยู่เกือบ 10,000 หน่วย แยกเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และห้องชุดอยู่ 19% 15% และ 47% ตามลำดับ นอกนั้นเป็นบ้านแฝด ตึกแถวและที่ดินจัดสรรบางส่วน ราคาบ้านและห้องชุดในภูเก็ตเป็นเงินเฉลี่ย 3.454 ล้านบาทต่อหน่วย ที่ยังเหลือขายอยู่เป็นอุปทานในเขตอำเภอเมืองมากที่สุดถึง 51% รองลงมาอยู่ในเขตอำเภอถลาง 32% และในเขตอำเภอกระทู้เพียง 17% เท่านั้น
สินค้าที่ขายดีได้แก่ บ้านเดี่ยวที่ขายดีในภูเก็ตมีราคา 2-3 ล้านบาท และมีเหลืออยู่ไม่ถึง 200 หน่วย คาดว่าจะขายหมดภายใน 5 เดือน บ้านแฝดราคา 2-3 ล้าบาทก็ขายได้ดีเป็นพิเศษ เหลืออยู่เพียง 300 หน่วย และคาดว่าจายได้หมดภายในเวลา 6 เดือน ทาวน์เฮาส์ราคา ไมต่ำกว่า 1 ล้านแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ก็ขายดี เหลืออยู่เพียง 1,000 หน่วย ส่วนห้องชุดราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ก็ขายได้ค่อนข้างดี ที่ราคาเกิน 7 ล้านจะขายได้ยาก
ในปี 2557 มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ เพียงไม่ถึง 40 โครงการ รวม 3,500 หน่วย ขายได้เพียง 1,500 หน่วย ยังเหลือขายอยู่ 2,000 หน่วย สินค้าที่นำออกมาขาย จะมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 4.144 ล้านบาท แสดงว่าเป็นการสร้างบ้านราคาปานกลางค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่กลุ่มราคาปานกลางค่อนข้างถูก จะมีการก่อสร้างน้อยลง
ประเด็นที่น่าห่วงเป็นอย่างมากก็คือ สินค้าที่เปิดใหม่ในปี 2557 นั้น เปิดขายได้ช้ามาก โดยเฉพาะในเขตอำเภอถลาง สินค้าขายได้ช้าเป็นพิเศษ สินค้าที่น่าห่วงได้แก่ บ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป บ้านแฝดราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป ทาวน์เฮาส์ราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาทต่อหน่วย สินค้าเหล่านี้ขายได้ค่อนข้างช้า อาจเป็นเพราะการตั้งราคาที่สูงเกินไปในทำเลนั้น ๆ สำหรับการเปิดตัวในปี 2558 ยิ่งมีจำนวนหน่วยเปิดใหม่น้อยลงไปอีก เพราะภาวะขณะนี้อยู่ในช่วงของการปรับตัวนั่นเอง
สำหรับอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศ ประเภทวิลลาและห้องชุดตากอากาศ ที่แต่เดิมพบบ้านล้านเหรียญเกิดขึ้นมากมาย ในปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว ดร.โสภณ กล่าวว่า สิ่งที่ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ทำอยู่ในเวลานี้ต่อบ้านหรือวิลล่าราคาแพงและห้องชุดตากอากาศ ก็คือการประเมินเพื่อการขายต่อ หรือการชำระหนี้บ้าง อย่างไรก็ตามสินค้าบ้านราคาแพงที่เป็นกลุ่มวิลลาและห้องชุดตากอากาศที่มีราคา 8 ล้านบาทขึ้นไปนั้น มีเหลืออยู่ถึงราว 1,200 หน่วย รวมมูลค่าถึง 13,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามีจำนวนเหลืออยู่อีกมาก
การที่บ้านและห้องชุดที่เปิดตัวใหม่ในภูเก็ต กลับขายได้ช้าลง แสดงถึงภาวะถดถอย แม้ภูเก็ตจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่ก็ถดถอยไปตามตลาดการท่องเที่ยวที่ถดถอยไปตามภาวะเศรษฐกิจของโลกเช่นกัน นักท่องเที่ยวจีนที่มามากขึ้นนั้น เป็นเพราะการไม่ต้องขอวีซาเข้าประเทศไทย แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินน้อยกว่ากลุ่มอื่น และเป็นกลุ่มที่มาเที่ยวเป็นหลัก ไม่ได้เข้ามาซื้อทรัพย์สิน เนื่องจากที่ผ่านมา ราคาทรัพย์สินในจีนเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าในไทยมาก
อนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลการวิเคราะห์แยกตามรายทำเล (3 อำเภอ) แยกตามประเภทที่อยู่อาศัย 6 ประเภท (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ห้องชุดและที่ดินจัดสรร) แยกตามระดับราคา 9 ระดับ (ไม่เกิน 1 ล้าน 1-2 ล้าน 2-3 ล้าน 3-5 ล้าน 5-7 ล้าน 7-10 ล้าน 10-15 ล้าน 15-20 ล้าน และ 20 ล้านบาทขึ้นไป) โดยวิเคราะห์จำนวนที่มีอยู่ทั้งหมด ที่ขายได้แล้ว ที่เหลือขาย อัตราการขาย่อเดือน จำนวนเดือนที่ต้องใช้ขายให้หมด ฯลฯ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส โทร. 02.295.3905 ติดต่อคุณสัญชัย แซ่ลิ้ม