อ่าน 1,270 คน
AREA แถลง ฉบับที่ 6/2551: 30 เมษายน 2551
สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1/2551

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส

          ศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ของ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ในฐานะศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินการสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามที่กว้างขวางและต่อเนื่องที่สุดตั้งแต่ปี 2537 ขอแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในไตรมาส 1/2551 ดังนี้

สถานการณ์ไตรมาส 1/2551
          ในช่วงไตรมาส 1/2551 มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 71 โครงการ จำนวน 18,705 หน่วย รวมมูลค่า 51,651 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 2.761 โดยในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัย 67 โครงการ จำนวน 18,039 หน่วย รวมมูลค่า 46,348 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ย 2.569 ล้านบาท
          หากเทียบกับช่วงไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า (พ.ศ. 2550) จะพบว่า จำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดลดลงไปถึง 28% จำนวนหน่วยลดลง 9% อย่างไรก็ตามมูลค่ากับเพิ่มขึ้น 10% และหากพิจารณาเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย พบว่าโครงการที่อยู่อาศัยลดลงไปถึง 29% จำนวนหน่วยลดลง 11% อย่างไรก็ตามมูลค่ากับเพิ่มขึ้น 6%
          อาจกล่าวได้ว่า แม้จำนวนโครงการจะลดลง แต่ขนาดโครงการโดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยกลับเพิ่มขึ้นจาก 217 หน่วยต่อโครงการเป็น 269 หน่วยต่อโครงการ และในไตรมาส 1/2551 นี้ ที่ราคาเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นแสดงให้เห็นว่าการสร้างบ้านราคาถูก ๆ ในท้องตลาดคงมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่วัสดุก่อสร้างแพงขึ้นนั่นเอง

การคาดการณ์แนวโน้มตลอดปี 2551
          เมื่อนำตัวเลขไตรมาส 1/2551 มาคาดการณ์อนาคตถึงภาวะตลาดทั้งปี 2551 นั้น คาดว่าในปี 2551 ทั้งนี้ จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดใหม่ทั้งสิ้น 284 โครงการ จำนวน 74,820 หน่วย รวมมูลค่า 206,603 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นที่อยู่อาศัย 268 โครงการ จำนวน 72,156 หน่วย รวมมูลค่า 185,039 ล้านบาท
          หากเทียบกับช่วง ปี 2550 จะพบว่า จำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดในปีนี้ น่าจะลดลงไปถึง 24% จำนวนหน่วยลดลง 11% มูลค่าแทบจะไม่ลด โดยลดไปเพียง 1% เท่านัน้ และหากพิจารณาเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัย พบว่าโครงการที่อยู่อาศัยในปี 2551 เทียบกับปี 2550 น่าจะลดลงลดลงไปถึง 25% จำนวนหน่วยลดลง 11% และมูลค่าลงลงไปเพียง 1% เท่านั้น
          โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า ขนาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวใหม่ในปี 2551 แทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปี 2550 อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่ภาคธุรกิจนี้จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแปรที่ผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเป็นสำคัญ

เจาะลึกตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์
          ในไตรมาส 1/2551 อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยมีเพียง 666 หน่วย จาก 18,705 หน่วย หรือเพียง 4% เท่านั้น แต่มีมูลค่ารวมกันประมาณ 10% ทั้งนี้เพราะอสังหาริมทรัพย์อื่น มักมีราคาที่สูงกว่าที่อยู่อาศัย
          ในจำนวนที่อยู่อาศัย 18,039 หน่วยนั้น ส่วนใหญ่พัฒนาเป็นอาคารชุดพักอาศัย จำนวนถึง 12,342 หน่วย หรือ 68% หรือ 2/3 ของหน่วยขายที่อยู่อาศัยทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์ 3,359 หน่วย (19% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด) ตามด้วยบ้านเดี่ยวจำนวน 1,770 หน่วย (10%) ส่วนบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น และในไตรมาสที่ 1/2551 นี้ไม่พบการขายแต่ที่ดินเปล่าจัดสรรแต่อย่างใด
          การพัฒนากลุ่มใหญ่ที่สุดยังเน้นที่ระดับราคา 1-2 ล้านบาท จำนวน 7,581 หน่วย (41% ของอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท) เฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัย อาจกล่าวได้ว่า ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่พัฒนาในระดับราคาไม่เกินหน่วยละ 2 ล้านบาท เป็นจำนวน 10,632 หน่วย จาก 18,039 หน่วย หรือประมาณ 59%
          ในรายละเอียดยังพบว่า ไม่มีการเสนอขายบ้านเดี่ยวราคาเกิน 20 ล้านบาท แต่พบห้องชุดราคาเกินหน่วยละ 20 ล้านบาทจำนวนเพียง 24 หน่วย ทั้งนี้คงเป็นเพราะตลาดคงมีอุปสงค์ปริมาณจำกัด บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ขายในราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮาส์ขายในระดับราคาไม่เกินล้าน และระดับราคา 1-2 ล้านบาท เป็นสำคัญ ส่วนอาคารชุดนั้น มีห้องชุดขายในราคา 1-2 ล้านบาทเป็นสำคัญ

ทิศทางในอนาคต
          อาจกล่าวได้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1/2551 ก็ยังมีกิจกรรมต่อเนื่อง และมีขนาดตลาดใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ไม่ได้มีภาวะตกต่ำจนรัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอีก ก็อาจส่งผลให้เกิดการซื้อขายและนำเสนอสินค้าออกมาสู่ท้องตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะที่จะล้นตลาดก็คงยังไม่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
          สำหรับปัจจัยลบได้แก่ ปัญหาเงินเฟ้ออันเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าทำให้ความสามารถในการซื้อของประชาชนลดลง นอกจากนี้ปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมืองในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ อาจทำให้เกิดการชลอตัวได้ ในการนี้ ศูนย์ข้อมูล วิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ของ บจก.เอเจนซี่ ฟอร์เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำได้มานำเสนอต่อไป

ผู้แถลง:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ในฐานะศูนย์ข้อมูล-วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินที่มีฐานข้อมูลภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุด ได้รับ ISO 9001-2008 ทั้งระบบแห่งแรกในฐานะที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น และเป็นสมาชิก UN Global Compact อีกด้วย

2024 Copyright © by area.co.th All Rights Reserved