มีใครทราบบ้างว่าสถานีรถไฟความเร็วสูงฉะเชิงเทราตั้งอยู่บริเวณไหนกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ไม่ได้อยู่ที่ชุมทางฉะเชิงเทราเนื่องจากเป็นพื้นที่แคบและรางรถไฟมีบางช่วงหักศอก จึงต้องเวนคืนสร้างสถานีแห่งใหม่ แต่ปัญหาคือมันอยู่ที่ไหนกันแน่ ความโปร่งใสไม่มีดูเหมือนมีความมืดมนอนธการ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 ผมได้พาคณะนักศึกษาหลักสูตรการประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไปดูงานการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ ‘อีอีซี’ โดยผมแวะชมชุมทางรถไฟฉะเชิงเทราซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ได้มีโอกาสพบนายสถานีและพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย เห็นรถไฟหลายขบวน เห็นผู้คนรอรถไฟอยู่เป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามในการสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงจำเป็นที่จะต้องมีเขตทางกว้างเป็นพิเศษและไม่โค้งงอจนเกินไป ต้องมีการเวนคืนโดยหลีกเลี่ยงบ้านชาวบ้านให้ได้มากที่สุด แต่พอพวกเราถามถึงที่ตั้งที่ชัดเจนของสถานีรถไฟความเร็วสูงฉะเชิงเทราจากทางเจ้าหน้าที่ ก็ต้องแปลกมากที่ไม่มีใครรู้แน่ชัดเลย นี่ขนาดนายสถานีของการรถไฟฯ เอง
พวกเรายังเดินทางไปในบริเวณที่ตามข่าวระบุว่า เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟความเร็วสูงฉะเชิงเทรา ได้มีโอกาสพบชาวบ้านหลายราย ก็เป็นที่แปลกใจเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่มีใครทราบว่าแนวเวนคืนชัดเจนอยู่ตรงไหนกันแน่ เพียงทราบข่าวคราวว่าจะผ่านมาในย่านนี้เท่านั้น แต่ดูไม่มีใครตื่นเต้นมากนักทั้งที่แนวเวนคืนคืออาจผ่านบ้านเรือนหรือที่ดินของคนเอง ก็เป็นได้
ดูประหนึ่งว่าที่ตั้งของโครงการเป็นเรื่องลับๆ ล่อๆ ชอบกล ทั้งๆ ที่มีการประมูลกันเรียบร้อยแล้ว เอกสารชี้ชวนการประมูลซึ่งน่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจน แต่ทำไมไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะชนเท่าที่ควร ไม่เฉพาะประชาชนในพื้นที่ แต่ประชาชนเจ้าของประเทศทั่วไป ก็ควรมีสิทธิรับรู้ข้อมูลสาธารณะเหล่านี้ ทำไมจึงปล่อยให้มีความขมุกขมัวเช่นนี้ในระบบราชการ
อันที่จริง เส้นทางรถไฟความเร็วสูงควรวิ่งมาตามถนนกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ซึ่งไม่มีโค้งหักศอก และที่สำคัญวิ่งเชื่อมสามสนามบิน คือดอนเมือง สุวรรณภูมิ และมาบตาพุดโดยตรง โดยไม่ต้องไปอ้อมที่ชุมทางฉะเชิงเทราแม้แต่น้อย อันเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของทุกฝ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ลองคิดดูว่าช้าไป 5 นาทีไปชั่วนาตาปี แต่การไปอ้อมฉะเชิงเทรา อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนบางกลุ่มที่มีที่ดิน หรือได้รวบรวมที่ดินเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ผมยังคณะนักศึกษาไปดูพื้นที่ๆ มีข่าวว่ากลุ่มทุนใหญ่ซื้อที่ดินนับหมื่นไร่ ในบริเวณทางเชื่อมอำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอแปลงยาว (https://bit.ly/2GkbsFf) ปรากฏว่ายังหาไม่พบ ทั้งนี้เพราะเกือบหมดวันพอดี เลยไม่ได้หาให้พบ นี่ก็เป็นตัวอย่างของความขมุกขมัวเช่นกัน อันที่จริงการซื้อขายที่ดินควรมีการเปิดเผยรวมถึงราคาขายด้วยเพื่อป้องกันการฟอกเงินและสร้างความโปร่งใสให้สังคม
จะสังเกตได้ว่าเรามีโครงการอีอีซี ปรากฏว่าเรายังไม่มีผังเมืองเฉพาะพื้นที่นี้ สงสัยว่าคงจะรอให้บรรดานายทุนใหญ่ทั้งหลายรวบรวมที่ดินมาเสนอสร้างเมืองใหม่ มาบรรจุลงไปในผังเมืองใหม่แบบสอดรับกันพอดีใช้ใหม่ อย่างนี้เป็นการเลือกประโยชน์ให้กับนายทุนใหญ่เพื่อสมคบกับนายทุนข้ามชาติมาเบียดบังประเทศไทยหรือไม่
การทำผังเมืองที่แท้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหลาย ควรจะเป็นการกำหนดการใช้ที่ดินอย่างชัดเจน ว่าตรงไหนจะทำอะไร เช่น ในกรณีการสร้างเมืองใหม่ นิคมอุตสาหกรรม หรืออื่นใดก็ตาม ต้องมีการเวนคืนที่ดินแล้วจัดประมูลเพื่อให้ได้ผู้ที่เสนอผลประโยชน์สูงสุดแก่รัฐและประชาชน เป็นผู้ได้รับสัมปทานไป ไม่ใช่ปล่อยให้ เกิดภาวะไม่มีผังเมืองแล้วให้เอกชนไปรวบรวมจัดซื้อที่ดินมาบรรจุลงในผังเมืองอีกทีหนึ่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการเพื่อประโยชน์แก่เอกชนรายใหญ่ที่มีเส้นสายเป็นสำคัญ
เราควรบริหารประเทศด้วยความโปร่งใสเพื่อประโยชน์ของมหาชนชาวไทยเจ้าของประเทศ